เหะๆ

เรื่องราวของวันนี้....

บ้าบอดี...หลังจากที่ได้รู้ความจริงทุกอย่าง

จะบอกว่าที่มานั่งจะเป็นจะตายอยู่สองวัน...

โง่มากเลยแก้ววววววววววว

-*-

ที่แท้ก็เรื่องไม่เป็นเรื่องดีๆนี่เอง

อยากจะพูดว่า "ช่างมันเถอะ" แต่เหมือนจะเป็นการไม่ควร..

ก็บอกไว้ให้รู้ละกันว่าเราอะ ใจเย็นแล้ว แม้จะยังแอบน้อยใจอยู่นิดๆก็ตาม...

สถานการณ์แบบนี้คงไม่มีใครง้อสินะ เฮ้อ...

สุดท้ายก็ต้องพูดอะนะ

เรื่องนี้....

"ช่างมันเหอะ"

*******************************

เอ้าๆๆ เข้าเรื่องได้แล้ว

วันนี้จะไม่อัพเรื่องเครียดๆ

แก้ววี่จะเล่านิทานให้ฟัง

คำชี้แจง...คิดออกเป็นเรื่องเป็นราว(เป็นตุเป็นตะ)ตอนกำลังเพ้อๆอยู่
แบบว่านั่งจมๆลอยๆแล้วคิดได้ อะไรทำนองนั้น... ทุกคนอ่านแล้วคงปลงกับเราเฮ้อเพื่อนกรูอะไรทำนองนั้นน่ะ 555555++

ยังไงมันก็เป็นแค่นิทานนะอย่างไปเอาอะไรกับมันมากล่ะ

คำเตือน...ห้ามมาอ้วกแถวนี้
กรุณากลับไปอ้วกในบล็อกตัวเองแล้วเราจะตามไปติดตามผลทีหลังจ้ะ

กาลครั้งหนึ่งมิช้ามินานมานี้...
ณ ปราสาทใหญ่สีเงินที่อยู่ใจกลางเมือง
ยังมีเจ้าชายรูปงามองค์หนึ่งปกครองปราสาทแห่งนี้อยู่
เจ้าชายเป็นคนอ่อนโยนและใจดีมากๆจึงเป็นที่รักและชื่นชอบของประชาชนทุกคน
ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหมาน้อยที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นเช่นกัน...

หมาน้อยตัวนี้ไม่เหมือนหมาตัวอื่นๆ
เจ้าหมาตัวนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ตากลมโตสีน้ำตาล
กับโบว์สีแดงอันใหญ่ที่จะต้องผูกอยู่ที่คอของเจ้าหมาเสมอๆ

วันหนึ่งเจ้าชายเสด็จมาเดินเล่นในเมือง
บรรยากาศขอย่านการค้าในเมืองที่กำลังคึกคัก
เหล่าพ่อค้าแม่ค้าเอ่ยทักทายกับเจ้าชายอย่างอารมณ์ดี

ในตอนนั้นเองที่ไม่มีใครรู้สายตาของเจ้าหมาน้อยก็จับจ้องอยู่ที่เจ้าชายโดยตลอด
เดินตามต้อยๆ แต่เจ้าชายก็ไม่สังเกตเห็นแม้แต่น้อย
หมาน้อยตัวนั้นได้แต่นั่งมองก่อนจะพูดให้กำลังใจกับตัวเองว่า

"ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร ได้แค่มองก็โชคดีพอแล้วนะเรา"

เจ้าหมาถอดใจแล้วเดินกลับไปยังที่อยู่ของตัวเองเสียดื้อๆ
ไม่คิดจะเดินตาม เดินเข้าไปเล่นด้วยเหมือนกับคนอื่นๆ
ไม่คิดจะทำให้เจ้าชายหันมามอง

หลังจากนั้นเจ้าหมาก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติดี
วิ่งเล่นไปมาในเมือง เป็นเพื่อนเล่นที่ดีของชาวเมืองและเด็กๆ
ไม่เคยนึกถึงเจ้าชายอีกเลย เพราะรู้สึกว่าเหมือนจะ"ไกลเกินเอื้อม"

จนกระทั่งวันหนึ่งที่เจ้าหมาน้อยหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองออกมาอยู่ที่ชานเมือง
เจ้าหมาน้อยนั่งมองน้ำเย็นๆในลำธารไหลไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ
เจ้าหมาน้อยนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้นไม่รู้ว่าเวลาหมุนผ่านไปนานแค่ไหน

ทันใดนั้นเองหมาน้อยก็รู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง
คนที่เจ้าหมาน้อยหันไปเห็นก็คือเจ้าชายนั่นเอง
ทว่าไม่เหมือนเจ้าชายที่เจ้าหมาน้อยเคยเห็น
การแต่งการธรรมดาๆ ผมเผ้าที่ยาวขึ้นมากแต่ก็ไม่รุงรัง
บนหัวที่ไม่มีมงกุฎประดับเหมือนเคย แต่ว่าดูยังไงก็ต้องเป็นเจ้าชายแน่ๆ

เจ้าชายซึ่งแอบหนีออกมาจากวังเพื่อผ่อนคลายจากงานยุ่งๆ
แอบออกมาโดยที่แต่งตัวไม่ต่างจากคนธรรมดาเลยแม้แต่น้อย...

เจ้าชายนั่งเล่นกับเจ้าหมาอย่างเพลิดเพลินจนลืมความเครียดทั้งหมด
ไม่ช้าเจ้าชายก็กลับไปอยู่ในวังเหมือนเดิม

แต่ไม่มีใครรู้ว่าทุกๆวันเจ้าหมาน้อยจะมานั่งรออยู่ตรงนั้น...
ตรงที่เคยเล่นกับเจ้าชาย

ไม่ว่าจะเป็นวันที่ฝนตก
ในวันที่แสงแดดแรงกล้า
ในวันที่ลมหนาวเริ่มพัดมาเยือน
หรือในวันที่หิมะเริ่มปลิดปลิวกระจัดกระจายไปทั่วทั้งเมือง

ไม่มีวันไหนที่เจ้ามาจะไม่ไปนั่งอยู่ตรงนั้น
แม้เพียงเดินผ่านก็หวนนึกถึงเจ้าชาย...

แบบนี้....จะเรียกว่า....ความรักได้มั้ยนะ?

**************************

to be con....

โปรดติดตามตอนต่อไป....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เจิมมมมมม
นิทานหมาวี่....
เอิ้กส์

#1 By .::✥ⓚaewwiⓔ✥::. on 2006-12-08 21:45

อี๊!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เอ้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ไม่รู้เลยนะว่าใคร เรื่องนิทานหมาย้อย เอ้อย น้อยๆ อิอิ(พิมพ์ผิดแล้วเข้าท่าดี)

มันเริ่มจากความปลาบปลื้มก่อนเว้ย ความรักมันมีมากกว่านี้ เราว่าน่ามากกว่านี้นะ อิอิ (เรายังไม่เคย) งืมๆ ขอให้เจ้าชายมาเล่นด้วยบ่อยๆนะฮ้า

เออแก เรื่องเพื่อนวันนี้เราไม่เห็นรู้เรื่องเลยวะ = =" แต่ "ช่างมันเหอะ" เรายังมีความรู้สึกดีๆให้กับอ้ายกระเทยอ้วนนั่นเหมือนเดิม อิอิ เลิฟมานนน กร๊ากกก

#2 By กิ้งก่าปอม on 2006-12-08 22:45

เราอ่อนไหวไปรึเปล่า ถ้าจะบอกว่าอ่านเรื่องนี้แล้วน้ำตาซึม=w=''
ส่วนเรื่องนั้น เราแอบรู้สึกผิด ดังนั้นขอโทษนะสาวน้อยที่ทำให้วุ่นวายไปมากมาย แต่ที่แน่ๆรักแกนะ

#3 By momochan on 2006-12-08 23:16

(แบบนี้แสดงว่าเราอ้วกไม่ได้ชิมิ -*-)

#4 By ◘ :.ryo-13.: ◘ on 2006-12-09 19:04

ชิชะ พวกแกนี่มันยังไงกัน...
โฮกกกกกกกกกกกกก
ห้ามอ้วกๆ

#5 By .::✥ⓚaewwiⓔ✥::. on 2006-12-09 20:57